เปิดเทคนิคทำ คอนเทนต์ อย่างไร ให้ได้ Engagement เยอะๆ คนไลค์คนแชร์ไม่หยุด!

คอนเทนต์

คอนเทนต์ – เมื่อพูดถึงคำว่า “Engagement” หรือ “การมีส่วนร่วม” Content Marketer หรือ Content Creator หลายคงคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ทำคอนเทนต์เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเป็นประจำ มันคือการกระทำที่ผู้ใช้ทำเมื่อโต้ตอบกับเนื้อหาที่คุณสร้างขึ้น ช่วยให้คุณรู้ได้ว่าเนื้อหาของคุณมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับผู้เยี่ยมชมได้สำเร็จไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากเนื้อหาของคุณสามารถดึงดูดความสนใจ ช่วยแก้ปัญหา หรือสร้างความประทับใจในแง่บวกได้ โดยทั่วไป ผู้คนก็มักจะมีส่วนร่วมกับเนื้อหานั้นๆ ไม่ว่าจะโดยการแบ่งปันโพสต์ แสดงความคิดเห็น หรือ กดถูกใจ คำถามคือ ต้องทำอย่างไร? เพื่อให้คอนเทนต์ของคุณสามารถดึงดูดการมีส่วนร่วมได้ดี วันนี้ Talka มีเทคนิคในการทำคอนเทนต์ที่จะดึงดูดให้ผู้คนมีส่วนร่วมกับโพสต์ของคุณเยอะๆ กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นต์ ได้เรื่อยๆ มาฝากทุกคนครับ


ความสำคัญของ คอนเทนต์ Engagement

คอนเทนต์

การทำ Content ในยุคนี้ คือการแข่งขันเพื่อดึงความสนใจจากผู้คน ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องมีคอนเทนต์ที่สามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมเพื่อดึงผู้ชมของคุณออกจากคู่แข่ง คุณต้องสร้างกลยุทธ์การมีส่วนร่วมด้วยเนื้อหาที่มีคุณค่าและแข็งแกร่งเพื่อเพิ่มการโต้ตอบในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของคุณ

การมีส่วนร่วมกับเนื้อหาเป็นหนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดเพื่อให้คุณรู้ว่าสิ่งใดในกลยุทธ์ Content Marketing ของคุณใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผลเพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณต่อไป กล่าวคือ การมีส่วนร่วมกับเนื้อหาสามารถวัดการมีส่วนร่วมทั้งหมดที่เกิดจากเนื้อหาที่คุณสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมถึงการแชร์ ปฏิกิริยาต่างๆ เช่น การชอบ การแสดงความคิดเห็น หรือการรีทวีต เป็นต้น ซึ่งตัวชี้วัดเหล่านี้ถือว่าสำคัญที่สุดเมื่อต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดและกลยุทธ์โดยรวมของคุณ

การมีส่วนร่วมกับเนื้อหาจะช่วยให้คุณเข้าใจประสิทธิภาพของแคมเปญ โดยการวัดระดับการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับเนื้อหาของคุณ ผู้ใช้มักจะมีส่วนร่วมกับเนื้อหามากขึ้น ถ้าคุณเชื่อมต่อกับพวกเขามากขึ้น ดังนั้น กุญแจสำคัญในการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น คือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ชมและมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามแม้ว่าการมีส่วนร่วมในระดับสูงจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่อย่าลืมเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ทางการตลาดของคุณด้วย ต่อไปนี้ คือ เหตุผลที่การทำคอนเทนต์ที่สร้างการมีส่วนร่วมได้ดีสำคัญต่อทุกธุรกิจครับ

1. คอนเทนต์ ที่สร้างการมีส่วนร่วมส่งผลดีต่อธุรกิจ

การมีส่วนร่วมของผู้คนบนโซเชียลมีเดียมีความหมายและสำคัญกว่าจำนวนผู้ติดตาม Instagram หรือ บนเพจ Facebook ของคุณ ซึ่งประเด็นสำคัญ คือ มันมีผลต่อวิธีที่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าจะสามารถมองเห็นธุรกิจของคุณ วิธีที่คุณมีส่วนร่วมกับแฟนๆ ของคุณคือสิ่งที่จะทำให้ผู้คนให้ความสนใจ หากผู้ติดตามแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของคุณโดยบอกว่าพวกเขาชื่นชอบเนื้อหา ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของคุณมากเพียงใด ผู้เข้าชมที่มาใหม่มักจะเกิดความรู้สึกว่าถ้าคนอื่นมีความสุขกับคอนเทนต์ของคุณ พวกเขาก็พร้อมที่จะชื่นชอบและมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์นั้นๆ ด้วยเช่นกัน การมีส่วนร่วมของโซเชียลมีเดียนั้นทรงพลังมากจนสามารถนำไปอ้างอิงถึงความพึงพอใจในธุรกิจของคุณได้ มากไปกว่านั้น ยังทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณได้มากขึ้นอีกด้วย

2. คอนเทนต์ ที่สร้างการมีส่วนร่วมช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์

โซเชียลมีเดียมีพลังในการทำให้ผู้คนใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องของพรมแดน สำหรับธุรกิจแล้วในทุกครั้งที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กับคุณบนโซเชียลมีเดียจะช่วยให้การรับรู้ถึงแบรนด์ของคุณโดยรวมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การที่ใครบางคนเพียงแค่ติดตามหรือกดไลค์เพจของคุณ ไม่ได้หมายความว่าเพจหรือเนื้อหาของคุณจะปรากฏในฟีดข่าวของคนอื่นๆ แต่หากพวกเขากดชอบ แสดงความคิดเห็น หรือแบ่งปันเนื้อหาของคุณ นั่นแหละครับคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชมใหม่ๆ สามารถมองเห็นเนื้อหาของคุณได้

3. คอนเทนต์ ที่สร้างการมีส่วนร่วมสำคัญต่ออัลกอริทึม

โซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มมีชุดองค์ประกอบทางเทคนิค และการวิเคราะห์ผู้ใช้ที่ต่างกัน แต่สิ่งที่ไม่ต่างกัน คือการมีส่วนร่วมที่ดี ย่อมส่งผลต่อการมองเห็นเนื้อหาของคุณ ยิ่งมีคนโต้ตอบกับโพสต์ของคุณมากเท่าใด เนื้อหาของคุณก็จะยิ่งปรากฏบนหน้าฟีดของพวกเขามากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างบน Facebook คนที่ไม่ชอบหรือไม่สนใจเนื้อหาของคุณ อัลกอลิธึม จะมองว่าพวกเขาไม่สนใจเนื้อหานั้น และก็จะไม่คัดเลือกเนื้อหาของคุณไปแสดงให้คนคนนั้นเห็น ในทางกลับกัน หากใครกดชอบ แสดงความคิดเห็น หรือแชร์โพสต์ของคุณเป็นประจำ AI ของ Facebook จะพิจารณาว่าพวกเขาชอบโพสต์ของคุณและจะแสดงเนื้อหาจากเพจคุณให้ผู้ใช้รายนี้ได้เห็นอยู่เป็นประจำบนหน้าฟีด

อย่างไรก็ตาม การจัดการกับอัลกอริธึมของโซเชียลมีเดียอาจทำให้คุณหงุดหงิดใจในบางครั้ง เนื่องจากอัลกอลิธึม มักมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยแต่ในท้ายที่สุดแล้วมันก็เหมือนการบังคับให้คุณในฐานะเจ้าของเพจมุ่งเน้นที่การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าสูง เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาต่างๆ จากผู้ชม นั่นหมายความว่าธุรกิจทุกขนาดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จะสามารถเข้าถึงผู้ติดตามได้ด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าต่อผู้ชม การรับรู้และเข้าใจว่าแต่ละแพลตฟอร์มจัดลำดับความสำคัญอย่างไรจะสามารถช่วยให้คุณ เอาชนะอัลกอริทึม และจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมได้


ปัจจัยที่ทำให้ คอนเทนต์ สร้างการมีส่วนร่วมได้ดี

คอนเทนต์

การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดียด้วยเนื้อหาที่สดใหม่และน่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญ คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพย่อมสามารถดึงดูดการเข้าชมเว็บไซต์หลักของคุณและเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเป็นลูกค้าได้ แต่เชื่อว่าบางครั้งคุณอาจไม่แน่ใจว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้คอนเทนต์สร้างการมีส่วนร่วมได้ดีนั้นมีอะไรบ้าง ความจริงการพัฒนากลยุทธ์เนื้อหาที่ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ องค์ประกอบของโพสต์ที่ยอดเยี่ยม ไปจนถึงแนวคิดสำหรับเนื้อหาที่มีส่วนร่วม ตลอดจนหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับเครือข่ายสังคมออนไลน์

ซึ่งต่อไปเราจะมาพูดถึง ปัจจัยสำคัญบางประการ ที่จะทำให้คอนเทนต์ของคุณสร้างการมีส่วนร่วมได้ดีครับ

1. คอนเทนต์ ตามกระแส (Real-Time Content)

ในการสร้างเนื้อหาแบบเรียลไทม์หรือตามกระแสสังคม คุณจำเป็นต้องเรียนรู้และค้นคว้าเกี่ยวกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายของคุณและสร้างเนื้อหาตามข้อมูลนั้น เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมที่พวกเขาเข้าร่วม หรือชื่นชอบ เช่น เกมฟุตบอล การแข่งขันวอลเลย์บอล หรือ พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์ เป็นต้น นอกจากนี้การเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรม หรือ วันสำคัญ ที่ผู้อ่านของคุณสนใจในช่วงเวลาต่างๆ เช่น การสอบของโรงเรียนและวิทยาลัย วันพ่อ วันหยุดเทศกาล และอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นคุณจำเป็นต้องใช้เวลาในการตามติดเทรนด์การตลาดต่างๆ อยู่เสมอซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถสร้างเนื้อหาตามบริบทแบบเรียลไทม์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่านของคุณได้เรื่อยๆ 

2. คอนเทนต์ ที่เป็นต้นฉบับและโดดเด่น

สิ่งสำคัญในการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า คือ การไม่ลอกเลียนเนื้อหาจากผู้อื่น คุณควรให้คุณค่ากับการสร้างเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง สิ่งนี้จะช่วยให้คุณโดดเด่นจากผู้เล่นคนอื่นๆในตลาด และดึงดูดผู้อ่านให้กลายเป็นผู้ติดตามที่สนใจ นอกจากนี้ การเขียนและแชร์บทความบล็อกเกี่ยวกับบริษัทและผลิตภัณฑ์ของคุณบนโซเชียลมีเดียจะช่วยเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ อาทิ เนื้อหาที่คัดสรร การสรุปรายสัปดาห์ บทความให้ความรู้ ข่าวสาร และกรณีศึกษา ล้วนแล้วแต่เป็นหัวข้อเนื้อหายอดนิยมที่ได้รับการแสดงความคิดเห็นและการแชร์อย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้การสร้างฟอรัมชุมชนเฉพาะ เช่น Facebook Group และการเสนอสิ่งจูงใจต่างๆ เช่น การจัดการแข่งขันเกมการร่วมสนุกต่างๆ เพื่อมอบรางวัล จะช่วยดึงดูดผู้เยี่ยมชมบนโซเชียลของคุณได้ดีอีกทางหนึ่ง

3. คอนเทนต์ ที่แทรกแฮชแท็กยอดนิยม

แฮชแท็กที่กำลังเป็นกระแสนิยมหรือเป็นที่นิยม ย่อมสามารถช่วยเหลือธุรกิจของคุณได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แฮชแท็กไม่ใช่เทรนด์ใหม่ในโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม หากคุณเพิ่งเริ่มต้นใช้แฮชแท็กในโลกโซเชียลนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำความคุ้นเคย คุณอาจคิดว่าเครื่องหมาย # เป็นแค่สี่เหลี่ยมธรรมดาๆ แต่ความจริงแล้วมันมีความหมายแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อพูดถึงบริบทของโลกโซเชียลมีเดีย

แฮชแท็ก มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความสนใจในบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณ การใช้แฮชแท็กบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้แก่ Twitter และ Instagram หรือแม้แต่ Facebook ในข้อความของโพสต์จะช่วยทำหน้าที่จัดหมวดหมู่เนื้อหาสำหรับผู้ชมของคุณจากมุมมองของผู้ใช้ แฮชแท็กช่วยให้ผู้คนค้นหาโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับความสนใจและโต้ตอบกับผู้ใช้โซเชียลมีเดียคนอื่นๆ ที่แบ่งปันความสนใจเหล่านั้นด้วยการเข้าร่วมการสนทนาเกี่ยวกับแฮชแท็ก จากมุมมองทางธุรกิจ มันถือเป็นโอกาสของคุณที่จะถูกสังเกตเห็น และสร้างแบรนด์ของคุณให้เป็นกระบอกเสียงสำหรับบางหัวข้อ กุญแจสำคัญของการใช้แฮชแท็กที่ยอดเยี่ยมคือ การรู้ว่าจะใช้แฮชแท็กที่ไหน ทำไม และอย่างไร  เพราะมันสามารถเปลี่ยนเกมการแข่งขันบนโซเชียลมีเดียและสถานะทางธุรกิจของคุณได้โดยที่คุณอาจคาดไม่ถึง

4. คอนเทนต์ อินโฟกราฟิก ที่เป็นประโยชน์

การสร้างภาพอินโฟกราฟิก คือ การรวมสถิติ ข้อเท็จจริง และข้อมูลเข้ากับรูปภาพเพื่อให้ผู้ชมทำความเข้าใจได้ง่าย ภาพอินโฟกราฟิก คือ รูปแบบหนึ่งของคอนเทนต์ที่ได้รับการแชร์ต่ออย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย อย่างน้อยที่สุดหากคุณไม่มีเวลาสร้างอินโฟกราฟิก คุณสามารถใช้กราฟิกหรือรูปภาพพื้นฐานเพื่อแชร์สถิติและดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้

เหตุที่อินโฟกราฟิกได้รับความนิยม เนื่องจากการออกแบบมาเพื่อนำเสนอหัวข้อที่ซับซ้อนแต่สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย หัวข้อในอุดมคติสำหรับอินโฟกราฟิกที่ยอดเยี่ยม คือหัวข้อที่มีข้อมูลจำนวนมากที่ควรค่าแก่การแบ่งปัน อินโฟกราฟิกมีความชาญฉลาด เจาะลึกในประเด็น และเข้าใจง่ายโดยที่ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องคลุกคลีกับอุตสาหกรรมในหัวข้อนั้นๆ แต่อย่างใด ซึ่งผู้ใช้รายเดียวกับที่มีส่วนร่วมสูงในโซเชียลมีเดียมักจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการตลาดแบบอินโฟกราฟิก ยกตัวอย่างเช่น Twitter เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการแก่ผู้ชมด้วยช่วงความสนใจที่สั้นลง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการดึงข้อมูลในทันที และเลื่อนไปยังสิ่งถัดไป ซึ่งอินโฟกราฟิกสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ใจร้อนได้เป็นอย่างดี ด้วยข้อมูลที่สแกนได้ง่าย กล่าวโดยสรุป คือ หัวข้ออินโฟกราฟิกและโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยมอีกวิธีหนึางในการสร้างการมีส่วนร่วม

5. การแสดงความใส่ใจในคำติชม

การแสดงความใส่ใจในคำติชมอาจดูไม่เกี่ยวกับการสร้างคอนเทนต์ แต่ความจริงแล้วมันคือปัจจัยที่สำคัญมากต่อการสร้างความภักดีของแฟนๆ การให้คุณค่ากับความคิดเห็นและคำติชมของแฟนๆ หรือ ผู้ติดตามของคุณ จะทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขา ในการรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์ของคุณ คุณสามารถใช้แบบสอบถาม แบบสำรวจ และคำถามง่ายๆ โดยแสดงความใส่ใจในข้อกังวล ปัญหา และคำถามของผู้อ่าน เพื่อดึงดูดผู้ติดตามของคุณได้

เมื่อธุรกิจสามารถจัดการและตอบสนองต่อความคิดเห็นของผู้ติดตามทางออนไลน์อย่างจริงจัง พวกเขาจะรู้สึกว่ามีคนรับฟังพวกเขา รู้สึกว่ามีคนสนใจว่าพวกเขาจะพูดอะไร หากผู้ติดตามของคุณใช้เวลาในการแบ่งปันความคิดเห็นในเชิงบวก คุณควรรับทราบและขอบคุณ และแจ้งให้พวกเขาทราบว่าคุณให้ความสำคัญกับเสียงของพวกเขา และหวังว่าจะได้ให้บริการพวกเขาอีกในอนาคต การรับฟังและให้ลูกค้าได้ยินโดยการยอมรับสถานการณ์ และพูดคุยกับลูกค้าเป็นการส่วนตัวสามารถเปลี่ยนแง่ลบเป็นแง่บวกได้ นอกจากนี้ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้ารายอื่นๆ ที่ประเมินรีวิวและข้อเสนอแนะทางออนไลน์จะเห็นว่าคุณมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามและคุณจัดการกับข้อกังวลทั้งหมดของลูกค้าอย่างมืออาชีพ

6. ขอบคุณผู้ติดตามของคุณ

เช่นเดียวกับการแสดงความใส่ใจ การแสดงความขอบคุณก็สำคัญไม่แพ้กัน การแบ่งปันเนื้อหาของผู้ติดตามคนสำคัญของคุณบนหน้าโซเชียลมีเดียคือหัวใจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับพวกเขา สิ่งนี้สามารถช่วยให้คุณกระชับความสัมพันธ์กับผู้อ่านของคุณในขณะที่ยังให้เนื้อหาเพิ่มเติมเพื่อโพสต์เนื้อหาอื่นๆ บนโซเชียลมีเดียของคุณ  ความจริงคุณสามารถให้รางวัลแก่ “ผู้ติดตามประจำเดือน” เพื่อยกย่องให้พวกเขาเป็นดั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ จากการช่วยเผยแพร่ธุรกิจของคุณ ตัวอย่างแบรนด์ที่ทำได้ดีในเรื่องนี้ เช่น สตาร์บัคส์โพสต์ภาพของลูกค้าในฟีดซึ่งกระตุ้นให้พวกเขาแชร์รูปภาพของแบรนด์ให้ปรากฏบนหน้าโซเชียล นอกจากนี้คุณยังสามารถก้าวข้ามคำว่า “ขอบคุณ” แบบธรรมดาๆ ได้ด้วยการจัดการแจกของรางวัลและการแข่งขันเพื่อดึงดูดผู้ชมของคุณได้อีกด้วย


เทคนิคทำ คอนเทนต์ กระตุ้น Engagement

คอนเทนต์

ในโลกที่โซเชียลมีเดียมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จทางการตลาด คุณจำเป็นต้องอยู่เหนือเทรนด์เพื่อสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดใจ ซึ่งจะทำให้ผู้คนกลับมาที่หน้าโซเชียลมีเดียของคุณอยู่เสมอ และท้ายที่สุด จะนำพาธุรกิจของคุณสู่การเติบโต เมื่อคุณสร้างเนื้อหาที่มีส่วนร่วมมากขึ้น ย่อมสร้างการเข้าชมที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การขายและการส่งเสริมการขายที่มากขึ้น

โดยพื้นฐานแล้วสิ่งเหล่านี้อยู่ภายใต้ Social Media Marketing ซึ่งคุณต้องมีแนวคิดที่ชัดเจน การสร้างเนื้อหาที่มีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดียของคุณ ด้วยเนื้อหาที่เหมาะสม คุณสามารถมีส่วนร่วมกับผู้ชมของคุณ สร้างแบรนด์ของคุณ และรับผู้ติดตามใหม่ๆ และจะช่วยให้คุณโดดเด่นกว่าใคร อย่างไรก็ตาม การสร้างเนื้อหาที่มีส่วนร่วมนั้นไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คิด มาถึงตรงนี้ เราได้รวบรวม 11 วิธีในการสร้าง คอนเทนต์ บนโซเชียลมีเดียที่จะสามารถช่วยให้คุณดึงดูดการมีส่วนร่วมที่ดีได้ครับ

1. โพสต์เนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ว่าคุณจะเลือกสร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มใด ทางเดียวที่จะอยู่รอดได้ คือ คุณต้องมีความสม่ำเสมอ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้สร้างเนื้อหาเพิ่มขึ้นอย่างมาก คุณจึงต้องแน่ใจว่าคุณจะอยู่ในใจผู้บริโภคเนื้อหาของคุณได้เสมอ ขอแนะนำให้วางแผนกำหนดการเนื้อหาของคุณ ซึ่งอาจรวมถึงวัน เวลา และประเภทของเนื้อหาที่คุณต้องการโพสต์พร้อมกับการจัดการโซเชียลมีเดียที่คุณจะโพสต์ คุณสามารถทำได้บนกระดาษหรือจะดีกว่าถ้าคุณใช้เครื่องมือตั้งเวลาโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น Facebook Creator Studio, Tweekdeck และ Socailbee เป็นต้น หากคุณจริงจังกับธุรกิจของคุณและต้องการเป็นมืออาชีพ การสร้างกำหนดการของการเผยแพร่เนื้อหาตลอดจนลักษณะของเนื้อหา ทั้ง Content Plan และ Content Pillar ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและสร้างความโดดเด่นให้แก่ธุรกิจของคุณครับ

2. ใช้ภาพสต็อกและวิดีโอคุณภาพดี

ลองนึกภาพตามดูครับ เวลาคุณเห็นเนื้อหาใด ๆ ก็ตามที่ไม่มีรูปภาพหรือวิดีโอที่คุณภาพดี คุณจะอยากคลิกต่อไปที่โปรไฟล์ของเพจมั้ยครับ เช่นเดียวกันกับเนื้อหาของคุณ ผู้คนมักจะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่มาพร้อมกับรูปภาพหรือวิดีโอ เนื่องจากภาพมีผลกระทบต่อจิตใจของผู้คน ดังนั้นควรเลือกรูปภาพ และวิดีโอสต็อกคุณภาพดีที่มีให้เลือกทั้งแบบฟรีและมีค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปสร้างเป็นส่วนหนึ่งในเนื้อหาคุณภาพดีของคุณอยู่เสมอ

3. ใช้เครื่องมือช่วยในการสร้างสรรค์งาน

ไม่ว่าคุณจะสร้างเนื้อหาประเภทใด ไม่ว่าจะเป็นโพสต์บน Instagram Facebook Reels หรือวิดีโอ Youtube สิ่งสำคัญคือ คุณจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยในการ สร้าง วางแผน แก้ไข บันทึก และแบ่งปันงานของคุณ หากคุณเป็นคนที่สร้างสรรค์กราฟิก คุณสามารถใช้ Canva, Photoshop, Visme หรือ Adobe Spark สำหรับการแก้ไขและการปรับสีวิดีโอของคุณ คุณสามารถใช้ Adobe After Effectcs ในแล็ปท็อปและโปรแกรมแก้ไข VN, Kine master สำหรับโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถ ดูวิดีโอ Youtube หรือซื้อหลักสูตรเพื่อทำความเข้าใจวิธีการทำงานและเริ่มต้นใช้งานเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ได้ไม่ยาก

4. อัปเดตตัวเองด้วยเทรนด์

สิ่งเดียวที่คงที่ในโลกของโซเชียลมีเดีย คือ การเปลี่ยนแปลง และ การเปลี่ยนแปลง หมายถึงเทรนด์ใหม่ๆ ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกวันตลอดเวลา เพื่อความอยู่รอดบนเส้นทางสายคอนเทนต์ คุณต้องอัปเดตตัวเองด้วยเทรนด์และนำเสนอเนื้อหาตามนั้น แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ จะติดตามเทรนด์ได้อย่างไร? ไม่ยากหรอกครับ แค่คุณติดตามเปิดรับเนื้อหาหลากหลายที่เกี่ยวข้องจาก ผู้สร้างเนื้อหาที่มีชื่อเสียงคนอื่นๆ ลองเข้าไปเยี่ยมชมโซเชียลมีเดียของพวกเขา หรือดูการสัมภาษณ์ของพวกเขา ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบถึงแนวโน้มล่าสุดและแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้น และเห็นได้ว่าเนื้อหาประเภทใดที่พวกเขากำลังสร้างหรือให้ความสนใจ เพื่อที่คุณจะสามารถนำมาปรับใช้ในแบบของคุณเองในการสร้างการมีส่วนร่วม 

5. รักษาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์

คุณต้องสังเกตเห็นสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณที่ผู้คนชอบติดตาม เพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากผู้สร้างเนื้อหารายอื่นๆ คุณต้องพัฒนาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเองและออกแบบคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ อาจเป็นอะไรก็ได้ เช่น การออกแบบโพสต์ การใช้ข้อความ ภาพขนาดย่อของวิดีโอ บทนำ หรือส่วนท้ายของคอนเทนต์ อะไรก็ได้ที่ทำให้คุณไม่เหมือนใคร ดังนั้นให้ใช้เวลาวิเคราะห์โปรไฟล์ของคุณและมองหาปัจจัยต่างๆ ที่คุณสามารถใช้เพื่อแสดงโปรไฟล์ของคุณในแบบที่ไม่เหมือนใคร

6. ใช้การเล่าเรื่องเพื่อสร้างจุดเชื่อมต่อ

เราทุกคนชอบที่จะฟังเรื่องราว มันคือสิ่งที่ช่วยดึงดูดผู้ชมได้ดีเสมอ ผู้สร้างเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมทุกคนเป็นนักเล่าเรื่อง และหากคุณต้องการให้คนอื่นฟังคุณ คุณต้องเชี่ยวชาญในศิลปะการเล่าเรื่อง หากคุณประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวผู้คนผ่านเรื่องราวของคุณ คุณจะสามารถขายผลิตภัณฑ์และบริการได้ง่ายขึ้น เพราะความรู้สึกและประสบการณ์ส่งผลต่อการตัดสินใจได้สูง คุณยังสามารถขอให้ผู้ชมแบ่งปันเรื่องราวและคำวิจารณ์ของพวกเขา ซึ่งจะช่วยในการทำการตลาดบัญชีของคุณได้อย่างง่ายดาย

7. สร้างเนื้อหาที่สั้นและไม่ซ้ำใคร

ไม่มีใครมีเวลามากมายในการอ่านย่อหน้ายาวๆ หรือดูวิดีโอเต็มๆ ทุกคนกำลังมองหาเนื้อหาที่รวดเร็วและมีส่วนร่วม เพื่อการบริโภค คุณต้องมีความเฉพาะเจาะจงมากเกี่ยวกับระยะเวลาและคุณภาพของเนื้อหา เนื่องจากช่วงความสนใจของผู้บริโภคลดลงทุกวัน ลองคิดหาวิธีนำเสนอเนื้อหาที่ดีที่สุดในเวลาไม่นาน เลือกเฉพาะคำที่เกี่ยวข้องและใส่ลงในเนื้อหาของคุณด้วยวิธีที่น่าสนใจ คุณสามารถใช้เครื่องมือกราฟิกออนไลน์ เช่น Canva เพื่อสร้างเนื้อหากราฟิกที่น่าสนใจยิ่งขึ้น สิ่งเดียวคือควรจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้

8. สร้างเนื้อหาที่มีคำกระตุ้นการตัดสินใจ

อย่าเพิ่งสร้างและโพสต์เนื้อหาออกไป หากยังไม่มีคำกระตุ้นการตัดสินใจในโพสต์ของคุณ หากคุณต้องการให้ผู้คนดำเนินการหลังจากอ่านเนื้อหาของคุณ อย่าลืมใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call to Action) ที่ชัดเจน คำกระตุ้นการตัดสินใจที่เขียนมาอย่างดีจะมีประสิทธิภาพมากในการทำให้ผู้คนก้าวไปสู่ขั้นต่อไป ขอให้ผู้คนแบ่งปันมุมมอง เรื่องราว และส่วนของเนื้อหาที่พวกเขาสามารถเชื่อมต่อได้ ซึ่งจะช่วยสร้างการเชื่อมต่อกับผู้ชมของคุณและพวกเขาจะแบ่งปันเนื้อหาของคุณกับผู้อื่นต่อซึ่งจะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นได้อีก

ตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียในแต่ละแพลตฟอร์ม

เมื่อความคิดเห็นและการแชร์เป็นไปอย่างราบรื่น ก็ถึงเวลาที่จะเปิดเผยตัวเลขเพื่อพิสูจน์ว่าคุณทำได้ดีเพียงใด การวิเคราะห์โซเชียลมีเดียที่ดี มีความสำคัญต่อการวัดความสำเร็จของแบรนด์ของคุณ โชคดีที่มีเครื่องมือมากมายที่จะแสดงภาพรวมทั่วไปหรือดูสถิติโซเชียลต่างๆ ของคุณในที่เดียว ตลอดจนเครื่องคำนวณสำหรับ ROI หรืออัตราการมีส่วนร่วม ก็มีประโยชน์ในการพิจารณาเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถวัดประสิทธิภาพจากแพลตฟอร์มโซเชียลของคุณได้โดยตรง โดยเมตริกหรือตัวชี้วีดเฉพาะจะแตกต่างกันไปตามแต่ละ แพลตฟอร์ม  คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลทางสังคมที่สำคัญบางอย่างได้ นี่คือสิ่งที่คุณอาจคาดหวังจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมบางประเภทโดยตรง ต่อไปนี้คือรูปแบบของการวัดการมีส่วนร่วมทางโซเชียลมีเดียในแต่ละแพลตฟอร์มครับ

  • Facebook

Facebook Analytics มีแดชบอร์ดที่ครอบคลุมและแข็งแกร่งมาก พร้อมด้วยวิธีมากมายในการติดตามการมีส่วนร่วมของผู้ชมของคุณ คุณสามารถติดตามตัวชี้วัดต่อไปนี้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมนี้

การเข้าถึงและการมีส่วนร่วม (Reach and Engagement)  : มีกี่คนที่เห็นโพสต์ของคุณ ใครมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา? โพสต์ใดที่ผู้คนซ่อน? มีคนรายงานโพสต์ใด ๆ ว่าเป็นสแปมหรือไม่?

การกระทำ (Actions)  : ผู้คนทำอะไรกับเพจของคุณ? มีกี่คนที่คลิกปุ่มคำกระตุ้นการตัดสินใจของคุณ มีคนคลิกผ่านเว็บไซต์ของคุณกี่คน?

ผู้คน (People)  : ข้อมูลประชากรของผู้ที่เข้าชมเพจของคุณเป็นอย่างไร (คุณสามารถเจาะลึกในหัวข้อนี้ด้วย Audience Insights) ผู้คนเข้าชมเพจของคุณเมื่อใด ผู้คนหาเพจของคุณเจอได้อย่างไร?

จำนวนการดู (Views)  : มีคนดูเพจของคุณกี่คน? พวกเขากำลังดูส่วนใด

โพสต์ (Posts) : โพสต์ของคุณมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป?

  • Twitter

ในทำนองเดียวกัน Twitter มีชุดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการวัดเมตริกของคุณ คุณสามารถติดตามตัวชี้วัดต่อไปนี้บน Twitter

อัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate) : ได้รับการมีส่วนร่วมและการแสดงผลกี่ครั้ง?

เปอร์เซ็นต์การเข้าถึง (Reach Percentage) : มีผู้ติดตามกี่คนที่เห็นทวีตหนึ่งๆ

การคลิกลิงก์ (Link clicks) : ลิงก์ที่โพสต์ได้รับการคลิกผ่านกี่ครั้ง

เวลาโพสต์ที่เหมาะสมที่สุด (Optimal posting time) : ผู้ชมของคุณมักจะออนไลน์เมื่อใด พวกเขาอาศัยอยู่ในเขตเวลาใด

  • Instagram

หากคุณมีโปรไฟล์ธุรกิจ คุณจะสามารถเข้าถึง Instagram Insights เพื่อติดตามการมีส่วนร่วมใน Instagram ของคุณได้ แดชบอร์ดนี้ให้เมตริกการมีส่วนร่วมทางโซเชียลมีเดียที่สำคัญทั้งหมดที่คุณต้องการสำหรับแคมเปญของคุณ มันอาจไม่แข็งแกร่งมาก แต่ก็ควรค่าแก่การตรวจสอบ คุณสามารถติดตามตัวชี้วัดต่อไปนี้บน Instagram Insights

ข้อมูลประชากรของผู้ชม (Audience demographics) : พวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหน พวกเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง? อายุเท่าไร?

เวลาที่เหมาะสมที่สุด (Optimal times) : ผู้ติดตามของคุณออนไลน์เมื่อใด พวกเขาใช้งานในวันและเวลาใด?

เนื้อหายอดนิยม (Popular Content) : โพสต์อะไรที่ได้หัวใจ? กระทู้ไหนมีการแสดงความคิดเห็น?

  • Tiktok

การเข้าร่วมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ๆ เช่น Tiktok ในตอนแรกอาจเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตามนักการตลาดรู้ดีว่า Tiktok เป็นโซเชียลมีเดียที่มาแรงมากในปัจจุบันคุณสามารถหยุดความเครียดและเริ่มเรียนรู้การเคลื่อนไหวของเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน Tiktok  มีข้อมูลเชิงลึก ให้สำหรับบัญชีมืออาชีพ ด้วยตัวชี้วัดต่อไปนี้ :

ข้อมูลประชากรของผู้ชม (Audience demographics) : การเติบโตของผู้ติดตามของฉันเป็นอย่างไร พวกเขาดูและฟังอะไร พวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหนและพวกเขาระบุได้อย่างไร?

การดูโปรไฟล์ (Profile views) : การเข้าชมเพิ่มขึ้นเมื่อใด

สถิติเนื้อหา (Content stats) : วิดีโอใดที่มีคนดูมากที่สุดในสัปดาห์นี้ เวลาเล่นเฉลี่ยนานแค่ไหน? วิดีโอได้รับความคิดเห็น ไลค์ และแชร์กี่ครั้ง

สรุป

ในอนาคตอันใกล้ การตลาดเนื้อหาหรือการแข่งขันกันด้วยคอนเทนต์ จะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด นั่นหมายความว่าคุณจะต้องมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด คุณต้องนำเสนอเนื้อหาที่มีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการสร้างเนื้อหาที่น่าดึงดูดสำหรับโซเชียลมีเดีย คือ การทำงานเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้ชมของคุณ หากคุณดูแลจัดการเนื้อหาที่หลากหลายจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และปรับโอกาสในการแชร์เนื้อหาของคุณเองอย่างเหมาะสม การสร้างเนื้อหาที่น่าดึงดูดสำหรับโซเชียลมีเดียนั้นจะเป็นเรื่องง่าย ความภักดีต่อแบรนด์จากผู้ชมของคุณและการเข้าถึงผู้ชมที่กว้างขึ้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณและจะสามารถช่วยคุณสร้างเนื้อหาที่เชื่อมต่อกับผู้ชมของคุณและช่วยขยายการเข้าถึงสังคมออนไลน์ของคุณได้ไม่มากก็น้อยครับ

 

แหล่งที่มา :

https://www.klipfolio.com

https://www.thecuneiform.com

https://www.rightsourcemarketing.com

https://blog.hootsuite.com


บทความแนะนำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *