หลายคนอาจเคยสงสัยว่า Market Share คืออะไร? แม้ว่าจะเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ก็ยังไม่เข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้ง หรือ บางคนอาจจะสับสนกับคำว่า Market Size อยู่บ้าง ก็ไม่เป็นไรครับ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจความหมายของ Market Share ที่เปรียบเสมือนไข่ทองคำสำหรับทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมกับวิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มไข่ทองคำที่ใครๆ ก็ต้องการ เพื่อสร้างโอกาสและความได้เปรียบทางธุรกิจครับ
Market Share คืออะไร?
ทำความเข้าใจ Market Share คืออะไร?
องค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับส่วนแบ่งการตลาด
1. คำจำกัดความของตลาด
2. ข้อมูลการขายหรือรายได้
3. การวิเคราะห์คู่แข่ง
4. การแบ่งส่วนตลาด
5. แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของตลาด
6. คุณค่าของแบรนด์และความภักดีของลูกค้า
7. ช่องทางการจัดจำหน่ายและห่วงโซ่อุปทาน
8. กลยุทธ์การกำหนดราคา
9. นวัตกรรมและสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์
10. การจัดสรรทรัพยากรและการลงทุน
Market Share สำคัญอย่างไร
1. การวัดการครอบงำตลาด
2. ความได้เปรียบด้านต้นทุนที่ถูกลง
3. การจดจำแบรนด์และความภักดีของลูกค้า
4. อำนาจในการเจรจา
5. การดึงดูดผู้มีความสามารถและทรัพยากร
6. อิทธิพลของตลาด
7. ผลการดำเนินงานทางการเงิน
วิธีคำนวณ Market Share
วิธีคำนวณ ส่วนแบ่งตลาด ต้องคิดอย่างไร?
- A : 10 พันล้านดอลลาร์
- B : 8 พันล้านดอลลาร์
- C : 6 พันล้านดอลลาร์
- D : 4 พันล้านดอลลาร์
1.1 ยอดขายรวมในตลาด = ยอดขายของบริษัท A + ยอดขายของบริษัท B + ยอดขายของบริษัท C + ยอดขายของบริษัท D
2.1 ส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท A = (ยอดขายของบริษัท A / ยอดขายในตลาดทั้งหมด) × 100%
- B = (8 พันล้านดอลลาร์ / 28 พันล้านดอลลาร์) × 100% = 28.57%
- C = (6 พันล้านดอลลาร์ / 28 พันล้านดอลลาร์) × 100% = 21.43%
- D = (4 พันล้านดอลลาร์ / 28 พันล้านดอลลาร์) × 100% = 14.29%
8 เทคนิค เพื่อเพิ่ม Market Share
1. สร้างความแตกต่างและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง
การนำเสนอสินค้าหรือบริการที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งเป็นวิธีสำคัญในการดึงดูดลูกค้าใหม่ ธุรกิจควรพัฒนานวัตกรรม เพิ่มคุณภาพ หรือสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับสินค้าอยู่เสมอ พร้อมศึกษาความต้องการของตลาดและค้นหาช่องว่างที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เพื่อสร้างข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น
2. ใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่แข่งขันได้
ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ธุรกิจสามารถใช้กลยุทธ์การตั้งราคาให้เหมาะสม เช่น การกำหนดราคาเพื่อเจาะตลาด การจัดโปรโมชั่น หรือการขายแบบแพ็กเกจ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ลูกค้า ขณะเดียวกันควรติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดและคู่แข่ง เพื่อปรับราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอ
3. ขยายตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
การเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดไม่จำเป็นต้องมาจากลูกค้ากลุ่มเดิมเท่านั้น ธุรกิจสามารถขยายไปยังพื้นที่ใหม่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ รวมถึงพิจารณาการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการที่ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
4. เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
การทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและขยายส่วนแบ่งการตลาด ธุรกิจควรเพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีฐานลูกค้าสอดคล้องกัน เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. ใช้การควบรวมและเข้าซื้อกิจการเพื่อเร่งการเติบโต
สำหรับองค์กรที่ต้องการขยายตลาดอย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกับธุรกิจที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่ง สามารถช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ทันที อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และช่องทางการขายร่วมกันอย่างคุ้มค่า
6. ลงทุนในการสร้างแบรนด์และการตลาด
แบรนด์ที่แข็งแรงช่วยให้ลูกค้าจดจำและเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น ธุรกิจควรลงทุนในการสร้างการรับรู้แบรนด์ ควบคู่กับการทำการตลาดแบบเจาะกลุ่มผ่านโฆษณา การตลาดดิจิทัล คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง และ Influencer Marketing เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง
7. รักษาฐานลูกค้าและสร้างความภักดีต่อแบรนด์
การรักษาลูกค้าเดิมมักมีต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ ธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้า การบริการหลังการขาย และโปรแกรมสะสมคะแนนหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ รวมถึงนำความคิดเห็นของลูกค้ามาปรับปรุงสินค้าและบริการอย่างสม่ำเสมอ
8. สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
การจับมือกับองค์กรหรือแบรนด์ที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน สามารถช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการ รวมถึงเปิดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขัน
สรุป
การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดไม่ใช่ผลลัพธ์จากกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่ง แต่เป็นการผสมผสานหลายแนวทางเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้า การกำหนดราคา การขยายตลาด การสร้างแบรนด์ หรือการรักษาลูกค้าเดิม ธุรกิจที่สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของตลาด เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว จะมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

