เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกใช้ Digital Marketing Agency อย่างไรให้ธุรกิจเปรี้ยง!

Digital Marketing Agency

ทุกวันนี้ มีธุรกิจมากมายที่พยายามจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันสูงในหลากหลายอุตสาหกรรม แบรนด์ต่างๆ อาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจาก กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของหน่วยงานการตลาดดิจิทัลที่สามารถเติมเต็มในส่วนสำคัญ การใช้บริการบริษัท ดิจิทัลเอเจนซี่ จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่หลายธุรกิจในปัจจุบันเลือกใช้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีภาษีที่ดีขึ้น มีการเข้าถึง การมองเห็นจากผู้บริโภค ตลอดจนรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ความสำคัญของ Digital Agency

Digital Marketing Agency

ก่อนอื่นเรามาเริ่มต้นด้วย ความสำคัญของ Digital Agency กันก่อนครับ หากคุณมีเว็บไซต์ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริงและไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้  มีสถานะที่ไม่แข็งแกร่งและขาดความชัดเจนในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือ การตลาดทางอีเมล เข้าไม่ถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพเพื่อสร้างหรือเพิ่มยอดขาย อาจถึงเวลาที่คุณจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน หรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านการตลาดดิจิทัล หรือบริษัท ดิจิทัลเอเจนซี่ เพราะเพียงแค่การมีตัวตนบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะบนเว็บไซต์ บล็อก หรือในโซเชียลมีเดียไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะได้รับการยอมรับหรือมียอดขายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เช่น การวางตำแหน่งทางการตลาด และการแปลงลีด จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ดิจิทัลที่เหมาะสม ดังนั้นการใช้กระบวนการในการจ้างเอเจนซี่ย่อมช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ได้ ซึ่งต่อไปนี้คือเหตุผลบางประการที่การว่าจ้างเอเจนซี่การตลาดดิจิทัล มีความจำเป็นมากกว่าที่คุณคิดครับ

1. Digital Marketing Agency มีความเชี่ยวชาญ

เมื่อธุรกิจดำเนินแคมเปญการตลาดด้วยตัวเอง มักจะมีโอกาสที่สิ่งต่างๆ จะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรืออาจต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น ซึ่งอาจหมายถึงการรอวันหรือสัปดาห์ก่อนที่จะได้รับคำตอบสำหรับคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ถ้าหากคุณมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เคียงข้างอย่างเช่นหน่วยงานด้านการตลาดดิจิทัล เกมย่อมเปลี่ยนไปครับ เเพราะพวกเขามีประสบการณ์ยาวนานหลายปี ซึ่งหมายความว่าพวกเขารู้วิธีทำงานให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พวกเขายังเข้าใจถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย ดังนั้นหากวิธีใดวิธีหนึ่งไม่ได้ผล เอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญจะไม่ต้องเสียเวลาลองวิธีอื่นๆ จนกว่าจะพบวิธีที่เหมาะสมที่สุด

2. Digital Marketing Agency ช่วยประหยัดเวลา

การทำงานกับบริษัทเอเจนซี่ ช่วยให้แบรนด์ประหยัดเวลาอันมีค่าได้ เนื่องจากพนักงานในเอเจนซี่ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตน นอกจากนี้ เอเจนซี่ยังดูแลทุกด้านของแคมเปญการตลาด รวมถึงการออกแบบ การพัฒนา SEO การจัดการ PPC แคมเปญโซเชียลมีเดีย ฯลฯ ดังนั้น แทนที่นักการตลาดของแบรนด์ต่างๆ จะใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการค้นคว้าวิธีต่างๆ ในการทำการตลาดผลิตภัณฑ์ หรือบริการของธุรกิจ แบรนด์จะสามารถใช้เวลาเหล่านั้นโดยมุ่งเน้นที่การขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่

3. Digital Marketing Agency ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจ คือ เรื่องของงบประมาณ ซึ่งในบางครั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการตลาดมักจะเพิ่มขึ้น หรืออาจมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดผุดขึ้นมาระหว่างทางได้ เช่น ค่าดูแลเว็บไซต์ ค่าต่ออายุโดเมนเนม ​​บริการโฮสติ้ง ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เป็นต้น การว่าจ้างบริษัทภายนอกจะช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณ และลดระดับความเครียดเนื่องจากไม่ต้องกังวลกับการติดตามรายละเอียดเหล่านี้อีกต่อไป

4. ความสามารถในการปรับขนาด

ข้อดีอีกประการของการร่วมงานกับดิจิทัลเอเจนซี่ คือ การมีตัวเลือกที่ดีในการปรับขนาดของทีมงาน ตัวอย่างเช่น คุณอาจเริ่มต้นดำเนินแคมเปญการตลาดด้วยพนักงานเพียงคนเดียวที่จัดการทุกบัญชีออนไลน์ของคุณ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเห็นความสำเร็จเกิดขึ้นแล้วคุณสามารถขยายขนาดของทีมได้เพื่อรวมพนักงานเพิ่มเติมที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อความสำเร็จของงาน ตัวอย่างเช่น หากคุณตัดสินใจที่จะจ้างบุคคลอื่นเพื่อจัดการการสร้างเนื้อหา พวกเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมในทันที

5. Digital Marketing Agency ช่วยสร้างแบรนด์และเอกลักษณ์ของแบรนด์

เอกลักษณ์ของแบรนด์ควรแสดงถึงคุณค่าและเป้าหมายของคุณในขณะที่ต้องสอดคล้องกันในทุกแพลตฟอร์ม ทีมงานสร้างสรรค์ของบริษัทดิจิทัลเอเจนซี่จะช่วยคุณสร้างชิ้นงานการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกและพันธกิจของธุรกิจ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้แน่ใจว่าลูกค้าของแบรนด์จะรู้สึกสะดวกสบายในการโต้ตอบกับแบรนด์เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือใช้แอปพลิเคชันของแบรนด์

6. Digital Marketing Agency เชี่ยวชาญการบริการลูกค้า

การสนับสนุนลูกค้า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทส่วนใหญ่ไม่มีการฝึกอบรมที่เพียงพอแก่พนักงานใหม่เกี่ยวกับทักษะการบริการลูกค้า แต่บริษัทดิจิทัลเอเจนซี่ มีการให้บริการลูกค้าด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี ไม่ว่าธุรกิจจะต้องการการสนับสนุนด้านเทคนิค คำแนะนำด้านการขาย การจัดการแคมปเปญ หรือสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

7. การเข้าถึงทรัพยากร

ธุรกิจจำนวนมากพยายามที่จะใช้ศักยภาพของทรัพยากรที่มี เช่น ทรัพยากรบุคคลให้คุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากการขาดแคลนทรัพยากร ดังนั้นในขณะที่มีคนทำงานไม่เพียงพอกับปริมาณงาน ดิจิทัลเอเจนซี่จะสามารถเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนนั้นๆได้ ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถที่หลากหลายภายในเครือข่ายเอเจนซี่และฟรีแลนซ์ของเอเจนซี่ ตั้งแต่นักออกแบบกราฟิกไปจนถึงนักพัฒนาเว็บไซต์ นักเขียนคำโฆษณาไปจนถึงนักตัดต่อวิดีโอ เป็นต้น

7 ลักษณะของ Digital Agency ที่ดี

Digital Marketing Agency

การเลือกเอเจนซี่ทางการตลาดเพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายขององค์กรและธุรกิจของคุณ คือ การตัดสินใจที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกคน ซึ่งอาจฟังดูง่าย อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วมันเป็นกระบวนการที่ท้าทายเพราะมีตัวเลือกมากมายในตลาด และเช่นเดียวกับมนุษย์อย่างเราไม่ใช่ทุกหน่วยงานที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีความสามารถเท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่การทำงานกับบริษัทการตลาดดิจิทัลอาจเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมสำหรับธุรกิจของคุณ แต่การเลือกบริษัทที่ไม่ถูกต้องก็อาจทำให้เกิดความสูญเสียมหาศาล ดังนั้น ในเบื้องต้น เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจในการเลือกจ้างดิจิทัลเอเจนซี่ได้อย่างเหมาะสม ต่อไปนี้ คือ ลักษณะเด่น 7 ประการของเอเจนซีการตลาดที่ยอดเยี่ยมเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ดีขึ้นครับ

1. เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล (Digital expertise)

บริษัทการตลาดดิจิทัลที่ดี คือบริษัทที่เคยทำงานด้านช่องทางการตลาดดิจิทัลที่ครอบคลุม ปัจจุบันผู้ใช้  หรือผู้บริโภคใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นกับเนื้อหาที่บริโภคทางออนไลน์และมองหาแนวคิดใหม่ๆ ในช่องทางต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น คุณควรเลือกเอเจนซี่ที่มีประวัติการส่งเสริมการขายในตลาดดิจิทัลที่พิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จแล้วในหลายช่องทาง พวกเขาควรเสนอบริการพื้นฐานต่างๆ ที่สำคัญ เช่น แคมเปญการตลาดผ่านอีเมล การพัฒนาเว็บไซต์ บริการ SEO โฆษณา PPC การตลาดเนื้อหา และการตลาดอัตโนมัติ เป็นต้น

2. ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven)

การวิเคราะห์และการวัดข้อมูลมีความสำคัญต่อแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากจะช่วยให้คุณกำหนดมูลค่าของแคมเปญและตัดสินใจได้ดีขึ้น ดังนั้น ให้มองหาบริษัทการตลาดที่จริงจังกับการวัดผลในขณะที่ติดตามความสำเร็จของแคมเปญ

3. ให้ความสำคัญกับเนื้อหาและการเล่าเรื่อง (Emphasis on content and storytelling)

เนื่องจากเนื้อหา หรือ คอนเทนต์ ยังคงครองพื้นที่ทางการตลาด เอเจนซีของคุณจึงต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ นอกเหนือจากการให้บริการเขียนเนื้อหาระดับพรีเมียมแล้ว พวกเขาควรบอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจของคุณในลักษณะที่ดึงดูดผู้คนและช่วยให้คุณได้เปรียบในการแข่งขัน นอกจากนี้ พวกเขาควรทราบเกี่ยวกับความผันแปรของเนื้อหาตามช่องทางการตลาดต่างๆ และต้องผลิตเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

4. ให้ความสำคัญกับการออกแบบ (Design-focused)

อย่าลืมว่าไม่มีสิ่งใดมีประสิทธิภาพสำหรับแคมเปญการตลาดมากไปกว่าการออกแบบที่สวยงามและคัดสรรมาอย่างดี เพราะมันย่อมดึงดูดและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชมบริโภคเนื้อหาของคุณ ดังนั้น เอเจนซี่ของคุณต้องรู้วิธีสร้างการออกแบบที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. มีความรู้เกี่ยวกับลูกค้าของแบรนด์ (Knowledge of your customer)

เอเจนซี่ทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม คือ หน่วยงานที่รู้จักลูกค้าและรู้ความต้องการของลูกค้าของแบรนด์ต่างๆ  และพยายามเพิ่มอัตราการได้มาและการรักษาลูกค้าด้วยกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา พวกเขาต้องรู้วิธีนำเสนอคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ให้มองหาเอเจนซี่ที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า และสร้างแคมเปญด้วยการอิงจากความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเป้าหมายา ซึ่งจะเพิ่มความสำเร็จให้กับแบรนด์ของคุณได้

6. มุ่งเน้นที่การเติบโตและรายได้ของธุรกิจ (Focus on business growth and revenue)

บางหน่วยงานอาจมุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วม (Engagement) ของผู้ใช้เท่านั้น ในขณะที่อีกหลายหน่วยงาน มุ่งเน้นที่การออกแบบที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมสำหรับคุณ เนื่องจากเป้าหมายทางการตลาดสูงสุดที่บริษัทดิจิทัลเอเจนซี่ควรให้ความสำคัญ คือ การเพิ่มการเติบโตและรายได้ของธุรกิจคุณ พวกเขาควรคิดให้ไกลกว่าการตลาด และลงทุนเวลาและความพยายามไปกับเป้าหมายทางธุรกิจและรายได้ในระยะยาว

7. พัฒนาความรู้ และเทรนด์การตลาดอย่างต่อเนื่อง ( Belief in ongoing learning and education)

การตลาด โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล เป็นพื้นที่ที่มีพลวัตสูง กล่าวคือ มีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นั่นคือเหตุผลที่ไม่มีหน่วยงานด้านการตลาดรายใดจะสามารถยึดติดกับวิธีการและกระบวนการเดิมๆ ได้ตลอดไป ดังนั้น เอเจนซี่การตลาดที่ยอดเยี่ยมจะมองหาการเรียนรู้และเทรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปรับเปลี่ยนตัวเองให้ก้าวทันเทรนด์ในโลกของการตลาดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่คุณในฐานะเจ้าของแบรนด์ ว่าจะสามารถเข้าถึงนวัตกรรมและแพลตฟอร์มล่าสุดทั้งหมดที่เป็นปัจจุบันในยุคของ Digital Tranformation ได้อย่างไม่ตกขบวน

เคล็ดลับเลือกใช้ Digital Agency

Digital Marketing Agency

การตัดสินใจจ้างเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลอาจไม่ใช่เรื่องยากอะไรในยุคที่เอเจนซี่การตลาดดิจิทัลผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด แต่ในส่วนที่ยาก คือ การตัดสินใจว่าจะจ้างเอเจนซีรายใดที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้อย่างลงตัวมากที่สุด ในโลกปัจจุบันใครก็ตามที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างเว็บไซต์และเริ่มให้บริการในฐานะผู้ประกอบการได้แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้การเลือกเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลที่เหมาะสมนั้นอาจยุ่งยากอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม มีแนวทางบางอย่างที่สามารถช่วยทำให้กระบวนการตัดสินใจง่ายขึ้น ซึ่งในส่วนต่อไปเราจะกล่าวถึงสิ่งที่คุณควรมองหา สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ในการเลือกใช้เอเจนซีการตลาดดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับธุรกิจของคุณครับ 

โดยทั่วไป มีประเด็นสำคัญบางประการที่คุณควรทราบก่อนจ้างเอเจนซี่การตลาดดิจิทัล อาทิ การตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน่วยงานที่คุณเลือกนั้นเข้าใจคุณค่าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอเจนซี่นั้นทันสมัย สอบถามถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แฟ้มผลงาน และเอกสารอ้างอิงต่างๆ เป็นต้น ต่อไปนี้ คือเคล็ดไม่ลับบางประการในการเลือกจ้างดิจิทัลเอเจนซี่ที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับคุณครับ

1. การกำหนดเป้าหมายของคุณเป็นสิ่งสำคัญ

ก่อนจ้างเอเจนซี่การตลาดดิจิทัล คุณต้องตัดสินใจเกี่ยวกับความต้องการของแบรนด์ของคุณ ด้วยการกำหนดสิ่งที่คุณต้องการจะบรรลุ การระบุความต้องการภายใน จะช่วยให้บริษัทของคุณคัดกรองสิ่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องการจ้างพวกเขาเป็นขั้นตอนแรก คุณอาจต้องการแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ หรือบางทีเป้าหมายของคุณคือการสร้างชุมชนออนไลน์เป็นหลัก ในทั้งสองกรณี การตัดสินใจว่าเหตุใดคุณจึงต้องทำงานกับเอเจนซีและกำหนดแผนภายในสำหรับการดำเนินการนี้จะช่วยลดขั้นตอนการค้นหาเอเจนซีของคุณได้ในทางที่ดี

2. ทำวิจัยที่จำเป็น

มีหน่วยงานดิจิทัลหลายแห่งในอุตสาหกรรมนี้ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทุกหน่วยงานสามารถให้บริการตามที่ต้องการได้หรือไม่จึงทำให้ยากต่อการค้นหาสิ่งที่ถูกต้อง คุณอาจพบเอเจนซี่ที่หลากหลาย แม้ว่าคุณต้องการให้แน่ใจว่าเอเจนซี่ที่คุณต้องการจ้างนั้นสอดคล้องกับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าและเป้าหมายของคุณ หากคุณดำเนินการวิจัยอย่างถูกต้อง คุณจะประหยัดเวลาและเงินในระยะยาว เนื่องจากคุณจะสามารถเข้าใจว่าหน่วยงานใดเชื่อถือได้หรือหน่วยงานใดประสบความสำเร็จ

3. ขอดูโครงการและผลงานล่าสุด

คุณควรขอดูพอร์ตโฟลิโอรวมถึงงานและแคมเปญล่าสุด ที่แสดงหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับความสามารถของหน่วยงาน การพบกับหน่วยงานที่สามารถแบ่งปันผลงานและผลลัพธ์ของพวกเขาโดยไม่ลังเลจะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจของคุณ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเอเจนซี่ที่จะเสนอกลยุทธ์ที่เหมาะสม แผนเฉพาะ และผลลัพธ์เป้าหมายที่คุณตั้งเป้าไว้ เอเจนซี่สามารถขอให้ลูกค้าก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็นข้อมูลอ้างอิงเนื่องจากความสามารถในการนำเสนอโครงการที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว นี่คือสิ่งที่คุณต้องพิจารณาก่อนทำข้อตกลงกับดิจิทัลเอเจนซี่

4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน่วยงานมีความเคลื่อนไหว

โลกดิจิทัล คือสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และในฐานะนักการตลาด เราต้องสามารถปลูกฝังความคิดที่ปรับเปลี่ยนได้ แนวโน้มของเมื่อวานอาจล้าสมัยในวันพรุ่งนี้ ในกรณีนี้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเลือกเอเจนซีที่คุณจะทำงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นแผนระยะยาว จะต้องติดตามความคืบหน้าอยู่เสมอ ติดตามการพัฒนาและหัวข้อยอดนิยม และรวมเข้ากับกลยุทธ์ทางการตลาด ในบางกรณี อาจทำให้แผนเดิมเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหรืออาจทำให้คุณเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางที่ตั้งใจไว้ ในกรณีนี้ หากเอเจนซี่ที่คุณจ้างประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์ในสาขานี้จริงๆ คุณอาจต้องเชื่อใจพวกเขา

5. หลีกเลี่ยงผู้ที่พูดว่า “เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการ”

หน่วยงานที่ออกตัวรับประกันความสำเร็จ และกล่าวอ้างว่าพวกเขามีทุกสิ่งที่ธุรกิจคุณต้องการ หรือ ออกตัวว่าเชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัลในทุกด้าน โดยทั่วไปแล้ว มีโอกาสสูงที่พวกเขาอาจให้บริการคุณได้ก็จริงแต่ก็อาจมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นแทนที่จะเลือกเอเจนซี่ดังกล่าว การเลือกทำงานกับเอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตต่อแบรนด์ของคุณได้มากกว่า เพราะพวกเขาอาจช่วยคุณได้ทั้งด้านการเงินและด้านความถูกต้อง กล่าวคือ เมื่อพูดถึงการตลาดดิจิทัล การทำงานร่วมกับเอเจนซี่ที่ “เชี่ยวชาญตามความต้องการที่แท้จริง” ของคุณ ย่อมเหมาะสมกว่าการเลือกใช้เอเจนซี่ที่ให้บริการครอบคลุมในทุกด้าน

สรุป

แม้ว่าการตลาดดิจิทัลอาจดูเหมือนทำได้ง่ายสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรม แต่การสร้างเนื้อหา การวิเคราะห์คู่แข่ง และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วยแนวทางที่ถูกต้องนั้นซับซ้อนกว่าที่เห็น บวกกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเมื่อเทรนด์การตลาดดิจิทัลใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกปี นอกจากนี้ภาระงานอาจหนักกว่าที่คุณคิด ด้วยเหตุนี้ บริษัทหรือแบรนด์ต่างๆ จึงอาจจำเป็นต้องร่วมมือกับเอเจนซี่ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการตลาดตามที่คุณต้องการ เช่น ตำแหน่งที่แน่นอนในผลการค้นหาบน Google Search  หรือ ปริมาณการมีส่วนร่วม (Engagement ) ของผู้คนบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มของคุณ ไปจนถึง การแปลงลีดให้กลายเป็นลูกค้า และเพิ่มปริมาณของกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

แหล่งที่มา :

https://neilpatel.com

https://digitalmarketinginstitute.com

https://www.bowlinggreenmarketingagency.com

บทความแนะนำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *